You dont have javascript enabled! Please download Google Chrome!
วันเสาร์ 26 พฤษภาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > สุดยอด!!! 10 เครื่องรางของขลังจากสัตว์ที่ “ไม่ต้องปลุกเสก” ฤทธิ์เดชเหลือคณานับ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่!?! (รายละเอียด)

สุดยอด!!! 10 เครื่องรางของขลังจากสัตว์ที่ “ไม่ต้องปลุกเสก” ฤทธิ์เดชเหลือคณานับ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่!?! (รายละเอียด)

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 10 มีนาคม 2017

ตามปกติโดยทั่วไปแล้ว เราจะคุ้นเคยกับพวกเครื่องรางของขลังประเภททำขึ้นมาเอง หล่อ หลอม ปลุกเสกกันขึ้นมาใช่ไหม แต่คุณทราบหรือไม่ว่า เครื่องรางของขลังอีกประเภทที่นับได้ว่า มีความขลัง และ อาถรรพ์จริงแล้ว มันต้องเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ หรือไม่ก็ประเภท ผ่าเหล่าผ่ากอ ออกมาแบบผิดธรรมชาติ ซึ่งเครื่องรางของขลังประเภทนี้จะจัดได้ว่า หายากสุดๆ… มาวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเครื่องรางของขลังอาถรรพ์พวกนี้กัน….

ทุกคนคงรู้ดีว่าเครื่องรางของขลังพวกนี้เป็นอะไรที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เพราะความเชื่อที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น บางคนบอกว่ามีเอาไว้ติดตัวก็สบายใจกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้

Advertisement

Loading...

1. ช้องหมูป่า

มีความเชื่อของที่มาแตกต่างกันออกไป บ้างเชื่อว่า ช้องหมูป่า เป็นเส้นขนพิเศษของหมูป่า ที่ขึ้นอยู่บริเวณตัวของหมูป่า โดยเฉพาะที่บริเวณหัว หรือหว่างคิ้วของมัน มีความยาวเป็นพิเศษนักไสยศาสตร์เชื่อกันว่าเป็นของขลังชนิดหนึ่ง ที่มีอิทธิฤทธิ์ด้านคงกระพันมหาอุด ส่วนอีกกลุ่มเชื่อว่า ช้องหมูป่าคือขนที่ยาวเป็นพิเศษของหมูป่า โดยเฉพาะหมูโทน ซึ่งหมายถึงหมูตัวผู้ที่ชอบหากินอยู่ตัวเดียว อย่างทรนง มันจะมีขนเหนือสันหลังขึ้นมาถึงโหนกคอ ยาวเป็นพิเศษ เหมือนหางเปียย้อยลงมาตรงหน้าผาก ยาวจนถึงปากของมัน หมูป่าจะคาบช้องของมันเอาไว้ตลอดเวลา โดยพันเอาไว้กับเขี้ยวด้านหนึ่ง เชื่อกันว่าช้องหมูป่าแบบนี้มีความคงกระพันมหาอุด คุ้มครองทั้งหมูที่เป็นเจ้าของช้อง และคนที่มีช้องของหมูป่าไว้ครอบครอง ส่วนความเชื่อของกลุ่มหลังสุดนี้พิศดารน่าสนใจมาก….

เชื่อกันว่าช้องหมูป่า เป็นขนที่ขึ้นอยู่บริเวณลูกอัณฑะของหมูป่าหรืออาจเรียกว่า ขนเพชรหมูป่า ก็น่าจะได้ จัดเป็นขนลักษณะพิเศษเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วหมูป่าโทนที่ชอบออกหากินตัวเดียวไม่เกรงกลัวใคร จะใช้ปากและฟันเลียและกัดขนชองมันมาไว้ในปาก ตวัดและเคี้ยวด้วยน้ำลาย จนขนรวมตัวกันเป็นวงหรือขมวดกลมๆ หรือวงแหวน หมูจะรักษาขนนี้ไว้ในปากตลอดเวลา ไม่ว่าจะกินอะไรมันก็จะซ่อนไว้ในปากได้ อย่างประหลาด หมูป่าตัวนั้นจะมีความอยู่ยงคงกระพันเป็นมหาอุดตลอดเวลาที่มันมีขนนั้น อยู่ในปาก ลูกกระสุนปืนนายพรานจะไม่สามารถทำอะไรมันได้ ดังนั้นพรานป่า นักล่าทางไสยศาสตร์ จึงต้องคอยติดตามหมูตัวที่ต้องการไป คอยจนมันกินน้ำ ตอนกินน้ำนี่เอง ที่หมูป่าจะคายขน หรือช้องหมูป่าออกมาวางไว้บนโขดหินบ้าง บนขอนไม้บ้าง เพื่อให้มันได้กินน้ำอย่างสะดวก พอมันคายช้องหมูป่าออกมาแล้ว นายพรานก็จะยิงหมูตัวนั้นได้ แล้วจึงค่อยไปเก็บเอาช้องหมูป่าเอามาเป็นเครื่องรางของขลังติดตัวกัน เชื่อกันว่าจะทำให้ปืนยิงไม่ออก หรือยิงไม่เข้า แต่ต้องพกติดตัวไว้ตลอด ห่างแค่คืบ แค่ศอกก็จะไม่สามารถคุ้มครองป้องกันได้….

2. เขี้ยวหมูตัน

หมูป่าเพศผู้ตัวใดมีเขี้ยวตัน ตั้งแต่โคนเขี้ยวถึงปลายเขี้ยว จะยิงไม่ออกหรือยิงไม่เข้า เมื่อมันตายด้วยความชรา ใครไปพบเข้าดึงออกจากกรามได้ ใช้เป็นเครื่องรางป้องกันศาสตราวุธต่าง ๆ ได้ หมูป่าที่มีเขี้ยวตันหาได้ยากมากเพราะเป็นหมูป่าที่หลบหนีเก่ง พรานป่าจับได้ยากมาก และแผลงศรก็ไม่เข้าเนื้อ เขี้ยวหมูตันจึงถือเป็นของวิเศษมาช้านาน เท่าที่ทราบมา เขี้ยวหมูตันที่นำมาใช้กันเป็นเขี้ยวหมูตันที่ได้จากการตายตามธรรมชาติของตัวหมูป่าเอง เขี้ยวหมูตันสามารถนำมาใช้เป็นเครื่งรางของวิเศษได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องปลุกเสก…โอ้ว แจ่มจริง….

วิธีดูเขี้ยวหมูตัน คนที่เคยเห็นของแท้แล้วคงดูเป็นได้ไม่ยาก ในที่นี้ขออธิบายวิธีดูสำหรับท่านที่ยังไม่ชำนาญ

1. เมื่อส่องกล้องขยายจากโคนจนถึงปลายจะมองเห็นเส้นตามขวางเป็นริ้งๆ เป็นเส้นที่แสดงถึงการงอกเพิ่มของเขี้ยวหมูตามอายุของมัน
2. ส่วนของเขี้ยวหมูที่ถูกใช้สัมผัสกับเหงื่อจะมีสีเปลี่ยนไป แลออกเหลือง จุดสังเกต จะเห็นเสมือนเป็นชั้นบางๆเคลือบผิวอยู่(คล้ายกับว่าถูกเคลือบด้วยเทียนไข)
3. ตรงส่วนปลายของเขี้ยวจะมีส่วนที่เป็นมุมคมเพื่อการบดเคี้ยวอาหาร….

4. ถ้าเขี้ยวหมูถักเงินไว้ ให้สังเกตความเก่าของเงินที่ใช้ถักว่ามีความเก่าเหมาะสมกับสภาพการใช้งานของเขี้ยวหมูหรือไม่
5. จุดตาย เขี้ยวหมูตันจะมีเนื้อในเต็มตั้งแต่โคนจนถึงปลาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามบริเวณใกล้กับโคนของเขี้ยวจะต้องมีโพรงอากาศอยู่หน่อยหนึ่งเสมอ เพราะเป็นโพรงประสาทฟันของหมู แล้วค่อยเป็นโคนตันแบบที่เราเห็นกัน โดยโพรงอากาศนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุของหมูตัวนั้นๆ ดังนั้นถ้าเห็นเขี้ยวหมูเป็นรูหน่อยหนึ่งแล้วค่อยมีเนื้อข้างใน อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเขี้ยวกลวงนะครับ ไม่งั้นท่านอาจพลาดของดีไปอย่างน่าเสียดาย….

ส่วนวิธีดูเนื้อในเขี้ยวว่าเป็นเนื้อฟันหรือเนื้อเก๊ ทำได้โดยพิจารณาสีสันว่าออกไปทางกระดูกแห้งปนแดงๆหรือไม่ สีภายในเขี้ยวจะต่างจากเนือ้ฟันภายนอกเพราะเป็นสารคนละชนิดกัน เหมือนฟันของคนเราแต่ละชั้นก็จะแตกต่างกันครับ หรือจะลองเคาะๆดู ถ้าเป็นปูนปลาสเตอร์ก็จะหลุดมาเอง ส่วนถ้าเป็นเรซิ่นมองดูก็รู้ว่าเก๊แล้วครับ…. สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ เขี้ยวหมูตันที่มีรอยแตกตรงโคนแล้วข้างในตันไปเลยทั้งแท่ง อย่างนี้เก๊แน่นอนครับ….

3. เดือยงูเหลือม

เป็นของที่มีอาถรรพ์ในตัวเอง ที่เรียกว่าของวิเศษ คนโบราณได้กล่าวขานจวบจนถึงปัจจุบันว่าเดือยพญางูเหลือมเป็นของอาถรรพ์มีอานุภาพที่เร้นลับศักดิ์สิทธิ์เป็นของวิเศษ ผู้ใดมีไว้ครอบครองจะมีโชค มีลาภเข้ามาโดยตลอด ชีวิตรุ่งเรือง ทำมาค้าขายหากินง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งตามธรรมชาติพญางูเหลือมจะมีเฉพาะเพศผู้และมีอายุมากเท่านั้นถึงจะมี เดือย นับว่าเป็นของที่ทรงคุณค่าหรือวิเศษยิ่งนัก โดยธรรมชาติงูทั่วไปจะต้องเลื่อยออกไปหากิน แต่พญางูเหลือมที่มีอายุมากจะไม่ออกไปหากินเหมือนงูทั่วไปแต่จะออกเดินทางหากอาณาเขตในการนอนรอเหยื่อ เมื่อพญางูเหลือมหิวอาหารจะมีเดือยงอกออกมาแถวๆ ใกล้รูถ่ายของเสียโดยที่มันจะใช้เดือยนี้วงเป็นอาณาเขตวงกลมรอบๆ ที่มันนอนอยู่ ในวงกลมอาณาเขตนั้นถ้าสัตว์ตัวใดหลงเดินเข้ามาอย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปอีก เหมือนโดนคาถาต้องมนต์สะกดงงงวย สัตว์เหล่านั้นจะเดินเข้าไปให้พญางูเหลือมกินแบบสบายๆ  แม้แต่งูตัวเมียก็จะเดินเข้ามาให้ผสมพันธ์อยู่ไม่ขาด…โห….

ตำราโบราณได้บันทึกไว้เป็นจารึกว่าเป็นของ “วิเศษ” ยิ่งนัก แต่การที่จะเอามาทำเครื่องรางต้องเอาเฉพาะตัวที่มันตายพรายเท่านั้น (ตายเอง) เดือยพญางูเหลือมถึงจะขลังและทรงคุณค่ายิ่งนัก งูเหลือมเป็นงูชนิดเดียวที่มีเดือย ซึ่งจะมีเฉพาะงูตัวผู้ที่แก่แล้วเท่านั้น เหตุนี้ตำราโบราณจึงบอกว่าเป็นของดีที่วิเศษในตัว แต่การที่จะเอามาจะต้องเลือกเอามาได้เฉพาะตัวที่มันตายพราย คือแก่ตาย หรือตายโหง คือมีอุบัติเหตุ เช่นไฟป่าคลอกตาย เป็นต้น เท่านั้นถึงจะขลังไม่ใช่ว่าไปจับมันมาแล้วฆ่า

Advertisement

วิธีสังเกตว่าเป็นเดือยงูเหลือมจริง หรือเดือยงูเหลือมปลอมนั้น เพราะว่าเดือยงูเหลือมนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับอุ้งตีนไก่ จะมีความแตกต่างกันอยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นถ้าเป็นอุ้งตีนไก่แล้วพอทุกส่วนมันแห้งสนิทหนังที่อุ้งตีนมันจะเหี่ยวแห้งยุบติดกับกระดูกไก่แนบกันสนิทแทบจะแกะออกไม่ได้ชนิดนี้เรียกว่า ของปลอม ถ้าเป็นเดือยงูเหลือมแท้ๆ มีลักษณะดังนี้ ที่โคนเล็บจะมีเนื้อเป็นก้อนเกาะกันแน่น แม้ว่าจะผ่านการตากแห้งเป็นเวลานานก็ตามมันจะไม่ยุบแห้งติดกระดูกเหมือนอุ้ง ตีนไก่ เล็บจะแข็งปลายยาวแหลม บางเดือยจะโค้งยาวมาก มันอยู่ตรงที่ว่างูเหลือมจะต้องมีตัวขนาดใหญ่มหึมา และกรงอุ้งเล็บของงูเหลือมนี้จะไม่หลุดออกจากกระดูก มันจะฝังอยู่อย่างเหนียวแน่นมาก นี้แหละเรียกว่าของแท้

สรรพคุณของเดือยงูเหลือม
1. ดีในด้านเสี่ยงโชค ตามคำโบราณมีอยู่ว่าสะกดคนที่เล่นการพนันกับเรา แต่มีข้อแม้ว่าอย่าลุก ถ้าลุกเลิกเล่นได้เลย (แบบฉบับโบราณว่าไว้แบบนั้น)
2. ดีในด้านทำมาหากิน มีลูกค้ามาหาเอง เหมาะแก่งานธุรกิจออนไลน์(เหมือนที่เหยื่อเดินเข้ามาให้งูเหลือมกินเองแบบสบายๆแหล่ะครับ)  โชคลาภ ค้าขายดี
3. ดีในด้านมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม ( เช่นที่มีงูตัวเมียเข้ามาให้ผสมพันธุ์ไม่ขาดนั่นแหล่ะครับ) มีเสน่ห์ในกาย ดึงดู เพศตรงข้าม อันนี้หลายท่านคงสนใจ อิอิ…..

วิธีเสกเดือยงู …. นำเดือยมา ตั้งนะโมสามจบ ท่องว่า โอม…มหานาคา นะจังโง โมจังงัง พุทละลวย ธาละลาย ยะมามีมามะ ท่องสามจบ จากนั้น อธิฐานในสิ่งที่ต้องการ….

4. ตับเหล็ก

ทางภาคกลาง และทางภาคเหนือ เรียกว่าตับทองแดง เล่ากันว่าตับเหล็ก หรือตับทองแดงนี้ จะไม่ไหม้ไฟ คือศพของคนที่มีตับเหล็กนี้ ตับจะไม่ไหม้ไฟ จะเหลือตับเหล็กไว้ให้ถือเป็นของขลังชนิดหนึ่ง…

5. เคราทองแดง

เคราทองแดงนี้เชื่อกันว่าเป็นของขลังที่สามารถ เกิดขึ้น กับร่างกายของคนที่ มีอาคมแก่กล้า มีคาถาอาคม เสกว่านยา กินเป็นประจำทำให้ตับเป็นเหล็ก หรือเคราเป็นทองแดงใช้มีดโกนไม่เข้าก็มี แต่ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าเกิดขึ้นเองได้ แต่ไม่ได้มี หรือเกิดขึ้นได้กับทุกคน นานๆจะพบเห็นกันซะที….

6. งากำจัด

เป็นวัตถุอาถรรพ์ที่ได้ยินกันบ่อยๆ แต่เป็นของที่หายากมากๆ งากำจัดนี้ หมายถึง งาช้างที่หักคาต้นไม้ เป็นงาชองช้างตกมัน หรือช้างเกเร อารมณ์ร้ายและมีฤทธิ์เดชมาก งาช้างที่แตกหักออกมาในขณะที่ช้างยังมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องที่เกิดได้ยาก โบราณท่านจึงถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธ์ จะพบเห็นได้ต่อเมื่อช้างตกมัน ไล่อาละวาดแล้วเอางาแทงกับต้นไม้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวขณะกำลังตกมัน  ส่วนบริเวณปลายงาจะหักคาอยู่กับต้นไม้..ซึ่งแต่ละชิ้นก็ไม่ใหญ่มากนัก…จะมีรุกขเทดารักษาไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้มีบุญ ต้องทำพิธีจุดธูปบวงสรวงบอกกล่าวก่อนจึงจะสามารถแกะงาออกจากเปลือกไม้ได้….

เชื่อกันว่ามันมีอิทธิฤทธิ์มีอำนาจ ที่จะป้องกันได้ในทุกทาง แต่ต้องระวังให้ดี เพราะของปลอมมีมาก จนหาของจริงไม่เจอ ส่วนใหญ่แล้วหากได้งาจำกัดมาคนก็มักจะนำไปให้อาจารย์ ที่มีวิชาอาคมขลัง แกะเป็นเครื่องรางของขลัง นิยม นำมาทำด้ามมีดหมอ….
7. งาช้างน้ำ

มีลักษณะคล้ายเขี้ยวเสือแต่เล็กกว่า ไม่ใช่งาช้างน้ำในเทพนิยาย หรือฮิปโปโปเตมัส เป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ในทะเลทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในอดีตผู้คนมีน้อย พวกชาวน้ำใช้หยวกกล้วยไปวางไว้ริมฝั่งในฤดูที่ช้างน้ำคึกคะนองมาพบหยวกกล้วยจะแทงทันที เพราะแทงแล้วไม่เจ็บปวดเหมือนแทงหินหรือพวกปะการัง บางครั้งงาจะหักหรือหลุดติดหยวกอยู่ ชาวน้ำจะได้งาช้างน้ำด้วยวิธีนี้ จึงนำมาเป็นเครื่องรางป้องกันปลาร้าย เช่น ปลาฉลาม โดยเฉพาะใครมีงาช้างน้ำ ช้างป่ากลัวมาก หมอจับช้างจะมีงาช้างน้ำเป็นส่วนมาก….

ตามตำนานว่ากันว่า ….

ช้างน้ำนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งตำนานป่าหิมพานต์เฉกเช่นเดียวกันกับมักกะลีผล ซึ่งอยู่อีกมิติหนึ่งที่ซ้อนกันอยู่กับโลกมนุษย์ หรือจะเรียกว่าแดนสนธยา ก็ย่อมได้ อันเรื่องราวเกี่ยวกับป่าหิมพานต์นั้นแม้แต่ในพระไตรปิฎกของพุทธศาสนาเราก็ ยังกล่าวถึง ถือเป็นการยืนยันอย่างแจ้งชัด อีกทั้งพระป่าสายกรรมฐานที่ท่านได้ ญาณทิพยจักษุหลายรูปก็ยืนยันว่ามีจริงๆ จึงมิใช่เรื่องแปลกอะไรที่นักเล่นของทนสิทธิ์ ตั้งแต่อดีตโบราณกาลมาจนถึงในปัจจุบันได้กล่าวถึงความวิเศษเลิศล้ำของงาช้างน้ำอัน มีการได้มาแบบลี้ลับพิสดาร เป็นเรื่องของบุญวาสนาที่เกี่ยวพันกันมาแต่ปางก่อน อันช้างน้ำนั้นมีลักษณะเหมือนช้างย่อส่วน หรือช้างจิ๋วเกิดอยู่ในป่าหิมพานต์ ผู้ที่จะมีโอกาสได้พบเห็นตัวจริงด้วยตาเนื้อนั้น ต้องเป็นผู้ที่มั่นคงในศีล มีบุญฤทธิ์ สูงส่งเขาถึงจะมาปรากฏตัวให้เห็นยังดินแดนมนุษย์ พร้อมทั้งสลัดงาข้างใดข้างหนึ่ง มอบไว้ให้ ส่วนใหญ่ที่มาปรากฏตัวให้เห็นนั้นมักจะเป็นบริเวณป่าลึกที่เต็มไปด้วย อาถรรพ์ต่างๆ และห่างไกลจากผู้คนมาก

 

ผู้ที่มีสัมผัสพิเศษสามารถสื่อจิตติดต่อกับช้างน้ำได้ เล่าว่า ช้างน้ำในดินแดน หิมพานต์มีอยู่ 3 ขนาดคือ ขนาดเล็กจิ๋ว ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ แต่ทั้งหมดนี้จะมีขนาดต่างกันไม่มาก แต่โดยรวมแล้วจะมีขนาดใหญ่ยาวไม่เกิน 6 นิ้วฟุตไม้บรรทัด งาช้างในป่าหิมพานต์นั้นจะแตกต่างกับงาช้างในเมืองมนุษย์พอสมควรทีเดียว มีสีขาว และขาวอมเหลืองเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตดูให้ดีๆจะเห็นว่ามีแค่ส่วนคล้าย คลึงกัน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นจุดสำคัญในการดูว่าเป็นงาช้างน้ำจากป่าหิมพานต์แท้หรือเทียมจึงอยู่ตรงนี้ กล่าวคือหากชิ้นไหนมีลักษณะเหมือนงาช้างในเมือง มนุษย์เป็นอย่างมาก ขอให้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ก่อนได้เลย คือยิ่งเหมือนมากเท่าไรยิ่งไม่ใช่
เนื่องจากได้มีผู้นำงาช้างมาเหลาให้มีขนาดเล็ก พยายามแต่งให้ดูเก่า อบด้วย ความร้อนเพื่อให้มีรอยรานซึ่งมีการทำปลอมสารพัดวิธีมานานหลายสิบปีแล้ว ซ้ำร้าย ยังกุเรื่องขึ้นมาว่าช้างน้ำเป็นสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เหตุเพราะว่างาช้างน้ำของแท้ๆนั้นราคาสูงอยู่ที่หลักล้าน ส่วนจะกี่ล้านนั้นอยู่ที่การตกลงกันระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ส่วนของปลอมที่ทำออกมาให้เห็นนั้นจะมีราคาขายอยู่ที่ไม่เกินหลักหมื่นต้นๆเท่านั้นเอง….

8. กระดูกงูเหลือม

เมื่องูเหลือมตาย ปล่อยให้เน่าเปื่อยจนแห้งเหลือแต่กระดูก นำเอากระดูกสันหลัง มาร้อยด้วยเชือกด้าย ทำสายรัดเอว เชื่อกันว่างูเหลือมเป็นราชาของงูมาก่อน จึงใช้ป้องกันพวกงูพิษและแก้เจ็บหลังได้ด้วย หรือนำกระดูกงูเหลือมมาฝนกับน้ำมะนาว และนำมาทาบริเวณที่ปวดเมื่อยจะหายปวดเมื่อย หรือนำกระดูกงูเหลือมมาผูกข้อมือเด็กอ่อน จะทำให้เด็กอ่อนไม่บิดตัว เป็นความเชื่อมาแต่สมัยโบราณ และปัจจุบันก็ยังมีคนให้ความเชื่อในสรรพคุณของกระดูกงูเหลือมอยู่…

9. เคงเป็นเหล็ก

เคงเป็นรังปลวกชนิดหนึ่ง อยู่ตามต้นไม้ เช่น ต้นมะพร้าว ตัวเล็กกว่าปลวกธรรมดา ก้นสีเหลืองอ่อน ใช้เลี้ยงนกคุ้มได้ดีจะด้วยสาเหตุใดบอกไม่ได้ เคงร้างหรือเคงที่ไม่มีตัวปลวก แล้วบางส่วนกลายเป็นเหล็ก ยังคงสภาพมีรูเล็ก ๆ เป็นทางเดินของตัวปลวกอยู่ แสนรังหรือล้านรังจะพบมีเคงเป็นเหล็กใช้เป็นเครื่องรางป้องกันศาสตราวุธต่าง ๆ ได้….

10. คด 

ยอดคงกระพัน ในส่วนของพืช เครื่องรางของขลัง ที่มีผู้นิยมกันมากๆคือ คด มีลักษณะเหมือนหิน เช่นคดขนุน และคดมะพร้าว ที่มีผู้ต้องการมากคือ คดขนุนที่กลายเป็นหินซึ่งจะให้คุณทั้งด้านความคงกระพัน แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม ปัจจุบันมีผู้ทำของปลอมออกมาโดยเอาหิน เอากรวดสวยๆ มาเจียระไน ตบแต่งเป็นคด หลอกขายกัน….

สุดท้ายขอฝากเคล็ดลับสำหรับผู้ชอบทางด้านนี้โดยเฉพาะ สำหรับผู้ที่เริ่มใช้เครื่องรางของขลังมือใหม่หรือมือเก่าที่ยังไม่รู้ว่าบูชาเครื่องรางของขลังไปแล้วจะให้ได้ผลดีต้องพกติดเนื้อติดตัวจึงจะได้ผลดีที่สุด เช่นเอาใส่สร้อยแขวนคอ ใส่แหนบเหน็บไว้กระเป๋าเสื้อ ใส่เชือกร้อยเอว หรือถ้าเป็นผู้หญิงถ้าไม่สะดวกแขวนให้ใส่แหนบแล้วเหน็บเสื้อชั้นในก็ได้ ใส่เข็มกลัดติดเสื้อก็ได้ ถ้าเป็นผู้หญิงไม่ควรเอาใส่กระเป๋ากางเกงหรือบูชาต่ำกว่าเอว ถ้าเอาใส่ในกระเป๋าถือของผู้คุณหญิงทั้งหลายกระเป๋านั้นต้องอยู่ใกล้ตัวหรืออยู่กับตัวตลอดเวลายิ่งเป็นเครื่องรางของขลังทางด้านมหาเสน่ห์แล้วต้องบูชาติดเนื้อติดตัวที่สุดจึงจะเกิดผลแรง

บางคนบูชาไปแล้วถามว่าเอาไว้ที่รถ หรือบูชาไว้ที่ห้องพระหรือหิ้งพระได้ไหม ตอบว่าได้ แต่เสน่ห์ก็อยู่เฉพาะในรถ หรืออยู่เฉพาะที่บ้านเท่านั้น คุณไปทำงานหรือออกไปข้างนอกพลังเขาก็ไม่ตามคุณไป…

เปิดอ่าน 13,499 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าววันนี้

error: Alert: Content is protected !!