วันศุกร์ 23 มิถุนายน 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > หวยเด็ด > คอหวยเฮสนั่น!!! รับทรัพย์กันทั่วหน้า หลัง “น้องรุ้ง” เหยื่อถูกฆ่าถ่วงน้ำให้โชค ถูกหนักทั้งบน ทั้งล่าง ล่าสุดเตรียมทำบุญให้น้องแล้ว?? (รายละเอียด)

คอหวยเฮสนั่น!!! รับทรัพย์กันทั่วหน้า หลัง “น้องรุ้ง” เหยื่อถูกฆ่าถ่วงน้ำให้โชค ถูกหนักทั้งบน ทั้งล่าง ล่าสุดเตรียมทำบุญให้น้องแล้ว?? (รายละเอียด)

หมวดหมู่ : หวยเด็ด 16 มิถุนายน 2017

คอหวยเฮสนั่น!!!  รับทรัพย์กันทั่วหน้า  หลัง “น้องรุ้ง” เหยื่อถูกฆ่าถ่วงน้ำให้โชค  ถูกหนักทั้งบน ทั้งล่าง  ล่าสุดเตรียมทำบุญให้น้องแล้ว?? (รายละเอียด)

 

สำหรับข่าว “ฆ่าถ่วงน้ำ” เด็กหญิงปริศนาที่คลองสำโรงเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมาจนเป็นกระแสข่าวดังในโลกออนไลน์เนื่องจากการฆาตกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก  เพราะสภาพศพนั้นช่วงกลางลำตัวถูกมัดด้วยเชือกในล่อน และโยงมาผูกบริเวณลำคอ และ ข้อเท้าอย่างหนาแน่นโดยปลายเชือกอีกด้าน พร้อมกันนี้ยังมีถุงกระสอบสีขาวภายในบรรจุเศษคอนกรีตขนาดประมาณ 6 กิโลกรัมเพื่อถ่วงศพให้จมน้ำอีกด้วย

 

 

โดยภายหลังจากการประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาลบรรดาเซียนหวยต่างพากันเฮลั่นกันทั่วหน้า  เพราะก่อนหน้าได้นำเลขเด็ดที่เกี่ยวข้องกับน้องรุ้งไปเสี่ยงดวงกันปรากฏว่าแม่นเป๊ะทั้งบนทั้งล่างเป็นเลขรถขนศพกับเลขยอดบริจาคในคืนแรกของน้องรุ้ง เหยื่อถูกฆ่าถ่วงน้ำโดยฝีมือแม่บังเกิดเกล้า เลขยอดบริจาค 108,244 บาทและเลขรถขนศพ 3476 คนที่ถูกหวยเลขนี้ก็เตรียมที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้น้องรุ้ง

 

จากลูกเพจได้ส่งข้อความมาให้….

 

 

 

Advertisement

loading...


ในเมื่อวันที่ 15 มิุนายน จากการสอบถาม เพื่อนของพ่อเลี้ยง ได้เปิดเผยว่า  ตัวพ่อเลี้ยงซึ่งมีอาชีพขับรถ อารมณ์รุนแรง เคยมีเรื่องที่ทำงานจนถูกเลิกจ้างมาแล้ว ตัวเองจึงต้องมาขับรถคันที่พ่อเลี้ยงเคยขับแทน ตัวเองก็รู้จักกับน้องรุ้ง เป็นอย่างดี เพราะเคยซื้อขนมให้น้องกินด้วย รู้สึกผูกพัน และตนยังฝันว่าน้องรุ้งมาขอนั่งรถบัสคันที่พ่อเลี้ยงน้องรุ้งขับ ลักษณะที่มา มีเลือดอาบทั้งหัว มีพ่อเลี้ยงถือปืนมาขู่ตนบนรถบัสด้วย จนสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ

 

 

โดยช่วงมาอยู่ใหม่ๆ น้องรุ้งพาน้องลูกใหม่ที่เกิดจากแม่กับพ่อเลี้ยง มาขอนั่งเล่นในรถด้วยในคืนหนึ่งขณะที่ขับรถมาจอดเก็บที่อู่ เห็นเด็กหัวเปียกๆ เข้ามาที่ศาลาท่าน้ำ แต่พอเดินเข้าไปดูก็ไม่พบว่ามีใคร ทำให้เกิดความหวาดผวา กลับอย่างมาก เพราะบริเวณนั้นไม่มีไฟฟ้า และทุกวันเช้ามืด ต้องมาขับรถไปรับพนักงานโรงงาน ตอนนี้ไม่กล้ามาคนเดียวตรงนั้นแล้ว  เพราะตอนนั้นเห็นเป็นคนเดินเข้าไปเลยที่ท่าน้ำ พวกเราก็เดินตามกันเข้าไป ก็มีคนบอกว่า ถ้าเป็นหนูที่หายไปกลายเป็นศพ ก็ให้จับคนร้ายได้เร็วๆ ดลใจให้รู้ตัวคนร้ายเร็วๆ พอเอาไฟไปส่องดูก็ไม่มีคน

 

ทั้งนี้ชาวบ้านระแวกใกล้เคียงยังเล่าอีกว่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอน คิดว่า น้องรุ้งน่าจะเสียชีวิตด้วยความทรมาน วิญญาณของน้องรุ้งน่าจะยังไม่ไปไหน “มันก็กลัว ความเชื่อชาวบ้าน วิญญาณเด็กก็คงยังอยู่ ตายแบบนี้ก็ถือว่าตายโหง”

 

 

 

ภายหลังการพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รีบหาเบาะแสในเรื่องดังกล่าว จนพบเบาะแสของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ โดยคาดว่าอาจจะเป็นเด็กที่เคยพักในห้องเช่าหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุชื่อว่า “น้องรุ้ง” เนื่องจากว่าก่อนพบศพเด็กหญิงคนดังกล่าวหายตัวไป โดยทางพ่อเลี้ยงและแม้แท้ๆอ้างว่าน้าสาวมารับไปอยู่ด้วยแล้ว หลังจากนั้นครอบครัวดังกล่าวก็ย้ายออกไป ไม่นานก็พบศพปริศนาโผล่มา

 

 

และเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 60 ที่ผ่านมา  พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบผู้หญิงคนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าถูกกระทำชำเราหรือไม่ ต้องรอผลจากนิติวิทยาศาสตร์คาดว่าจะได้ใน 10 วัน

 

 

ในวันนี้ (13 มิ.ย.) ทาง พ.ต.อ.อรุณวชิระ ศรีสุกัญญา ผกก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และตำรวจชุดสืบสวนบก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้เข้าสอบปากคำ พ่อเลี้ยงชื่อจรัญ อายุ 35 ปี พร้อมตรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้ตรวจสอบกับศพเด็กสาวที่พบถูกฆ่าทิ้งน้ำคลองสำโรง ที่ห้องพักห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 200 เมตร

 

 

ในวันนี้ (13 มิ.ย) เมื่อเวลา 15.30 น. ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบเบาะแสสำคัญบริเวณร้านค้าห่างจากจุดที่ทางตำรวจพบเชือก ราว 200 เมตร โดยนางสำราญ ใจพุก  เจ้าของร้านค้า ให้การว่า มีสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง อายุราว 35 ปี ทั้งคู่ ได้เช่าบ้านของตน ห้องเลขที่ 2 พร้อมกับลูกสาวอายุ 3 ขวบ 1 คน โดยสามีชื่อ “จรัญ” เป็นคน จ.สระบุรี มีอาชีพ ขับรถส่งของ ส่วน ภรรยาชื่อ “สุภาพรหรืออ้วน” เป็นคน จ.ร้อยเอ็ด มีอาชีพเป็นแม่บ้านโรงงานแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ทั้งคู่เช่าบ้านตนมาแล้ว 2 ปี ซึ่งเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้รับลูกสาวมาอยู่ด้วย ชื่อน้องรุ้งอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงติดแม่ รวมเป็นทั้งหมดอยู่กันในห้อง 4 คน คนเป็นพ่ออารมณ์ร้าย มักทะเลาะ ตบตีลูกเลี้ยงเป็นประจำ เวลาทั้งคู่ไปทำงาน ก็จะขัง ลูกทั้งสองคนไว้ภายในห้อง โดยล็อกกุญแจไว้ด้านนอก

 

 

จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันพบศพ ทั้งคู่นั้นได้ย้ายบ้านออกไป โดยแจ้งว่าจะไปเช่าอยู่ภายในการเคหะบางพลีเมืองใหม่ แต่ก็ไม่เห็นน้องรุ้งไปด้วย โดยผัวเมียคู่ดังกล่าว ได้บอกว่ามีญาติมารับน้องรุ้งไปอยู่ที่ต่างจังหวัดแล้ว ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่ง ทราบว่ามีการพบศพ ซึ่งตำรวจเอาภาพมาให้ดู ตนเองมั่นใจว่าเป็นศพของน้องรุ้ง เนื่องจากมีรอยช้ำจากการถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ ประกอบกับ มีเพื่อนบ้าน จำได้ว่า ผ้าห่มที่ห่อศพนั้น เป็นผ้าผืนเดียวกับที่น้องรุ้งเคยใช้ ตนเองจึงมั่นใจว่า ศพดังกล่าวน่าจะเป็นศพของน้องรุ้ง ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ในระหว่าง การติดตามตัว สามีภรรยาคู่ดังกล่าว มาทำการสอบสวน

 

ต่อมามีกระแสข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย หรือพ่อเลี้ยง จรัญ อายุ 35ปี ไว้แล้ว ซึ่งล่าสุดเมื่อกลางดึกของวันที่ 13 มิ.ย.ทาง พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผบก.จว.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และตำรวจชุดสืบสวนบก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ประชุมฉุกเฉินกันกลางดึก ที่ สภ.บางเสาธง อีกทั้งยังได้เชิญตัว  น.ส.สุกัญญา นนทรา น้าสาวของ น้องรุ้ง เพื่อสอบสวนเรื่องพยานหลักฐานและตรวจ DNA เทียบกับศพที่พบ ว่ายืนยันว่า ผู้เสียชีวิต คือ น้องรุ้ง หลานของ น.ส.สุกัญญา ตามที่สงสัยหรือไม่

 

 

ทาง พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผบก.จว.สมุทรปราการ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเพจ อีจัน ว่า  “ตำรวจยังไม่พบตัวชายต้องสงสัยที่เป็นกระแสข่าวอยู่ในตอนนี้ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งยังไม่ระบุได้ 100% ว่าเป็นน้องรุ้งจริงๆ ต้องตรวจ DNA ของน้าสาวเทียบกับ DNA ของศพด้วย”

 

 

ทั้งนี้ทางผู้สัมภาษณ์ของทางเพจอีจันได้ถามว่า จากกระแสข่าวที่มีการกล่าวว่าได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเอาไว้แล้ว ทางรองผบก.จว.สมุทรปราการ ได้เชิงหยอกว่า “อ๋อ! อันนี้เรื่องจริง ที่อยู่นี่ยังไม่มีนะครับ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ครับ ยังควบคุมตัวไม่ได้นะครับ ยังไงก็ขอให้เวลากับทางเจ้าหน้าที่มีเวลาทำงานสักระยะนึง ยังไงทางเราก็ทำอย่างเต็มที่ทุกภาคส่วน จะพยายาทำให้ดีที่สุดครับ”

 

 

 

ทางเพจดังอย่าง อีจัน ได้นำเสนอความคืบหน้าของเหตุการณ์ว่า …

#คดีฆ่าเด็กหญิงถ่วงน้ำ
ตำรวจเพิ่งได้ตัว นายวจะรัน ทัดสวรรค์ และน.ส.สุภาพร นนทราแล้ว อยู่ที่สระบุรีซึ่งเป็นบ้านขอนายวจะรัน ตอนนี้ตำรวจเร่งออกหมายจับ

Advertisement


เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว น.ส.สุภาพร  มนทรา อาชีพแม่บ้าน และ นายวจะรัน  ทัดสวรรค์ อายุ 35 ปี อาชีพขับรถ ได้ที่ อ.พระพุทธบาท ซึ่งตอนนี้นำตัวมาสอบปากคำที่ห้องสืบสวน สภ.พระพุทธบาท พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า…

 

 

เบื้องต้นพ่อเลี้ยงให้การรับสารภาพว่าได้ฆ่าลูกเลี้ยงซึ่งการฆ่าครั้งนี้ผู้เป็นแม่แท้ๆของน้องก็มีส่วนรู้เห็นด้วย  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว 2 สามีภรรยามาถึง สภ.บางเสาธง และถ้าหากว่าทั้งคู่กลับคำให้การสารภาพ เจ้าหน้าที่ก็มียืนยันว่ามีหลักฐานมัดแน่น ทั้ง พยานบุคคล พยานแวดล้อม หลักฐานทางวิทยาศาตร์ เชือก กระสอบ คอนกรีต ผ้าห่มและเสื้อผ้า

 

 

ทางเพจอีจัน ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คุณแม่ของน้องรุ้งนั้นสารภาพว่าเป็นคนฆ่าน้องเอง เพราะตนได้ตีลูกสาวจนเจ็บหนัก และป่วย จนต่อมาลูกสาวได้เสียชีวิตคาบ้าน ตนเลยไม่รู้จะทำไง เลยคิดจะอำพรางศพด้วยการถ่วงน้ำและย้ายบ้านหนี ส่วนทางด้านพ่อเลี้ยงยังไม่ให้คำให้การใดๆ

“#ด่วน!!!
#แม่สารภาพตีลูกสาวจนเจ็บหนัก ต่อมาพบลูกเสียชีวิตคาบ้านเช่า จึงคิดอำพรางศพด้วยการถ่วงน้ำและย้ายบ้านหนี ส่วนพ่อเลี้ยงยังไม่ให้การใดๆมากนัก”

 

 

ความคืบหน้าล่าสุดจากการสอบสวนช นายวจะรัน ทัดสวรรค์ พ่อเลี้ยง ให้กาว่าน.ส.สุภาพร นนทรา (ภรรยา) ว่า เป็นคนทำร้ายร่างกายลูกสาวอายุ 12 ปีหลายครั้ง ด้วยวิธีการใช้ไม้ไผ่ตีและลงมือทำร้ายร่างกาย ทั้งตบและเตะลูก แถมยังใช้ไม้ฟาดหัวหลายครั้งจนสลบแน่นิ่งไป โดยตีและทำร้ายครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. กระทั่งเด็กมีอาการปวดหัวอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้พาไปพบแพทย์แต่อย่างใด และวันที่ 9 มิ.ย. ตนกลับมาจากที่ทำงาน พบว่าลูกเสียชีวิตจึงโทรไปบอกภรรยา พอภรรยามาถึงก็แค่นั่งดูแล้วก็ใช้ผ้าคลุมศพ ต่อมาวันที่ 10 มิ.ย. ภรรยาได้ตัดสินใจนำศพลูกสาวไปถ่วงน้ำ โดยใช้ผ้านวมห่อศพ แล้วทำไปทิ้งลงคลอง ก่อนที่จะย้ายห้องเพื่อหลบหนี

 

 

 

 

สำหรับเรื่องนี้ทางเพจ อีจัน  ก็ได้ติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด มีการลงพื้นที่เพื่อสอบถามเจ้าของบ้านเช่าที่ครอบครัวนี้พักอาศัยอยู่ โดยคุณยายเจ้าของห้องพักได้ระบุว่า … 

ก่อนหน้านี้ สองสามีภรรยา อ้วน(ภรรยา) จรัญ(สามี) ได้มาเช่าห้องพักตนอยู่ โดยทั้งคู่นั้นมีลูกด้วยกันหนึ่งคนอายุ 3 ขวบ และมีลูกเลี้ยงติดภรรยาชื่อน้องรุ้งอายุ 12 ซึ่งก่อนหน้านี้น้องรุ้งนั้นอยู่กับคุณยายที่ร้อยเอ็ด แต่ทางแม่ไปรับมาที่ห้องเช่าเมื่อช่วงเมษายน ที่ผ่านมา และไม่ได้นำตัวส่งคืนโดย  แม่ของรุ้งอ้างว่าคุณยายไม่เอาแล้วเลี้ยงไม่ไหว แต่ล่าสุดมีการสอบถามน้าสาวของน้องรุ้งที่ออกมาระบุว่าทางฝั่งคุณยายที่ร้อยเอ็ดนั้นให้ตนเองติดต่อกับแม่ของรุ้ง เพื่อที่จะให้เอาตัวน้องรุ้งกลับไปคืน แต่ตนเองโทรหาแล้วแต่ไม่มีคนรับสายเป็นแบบนี้มากว่า 2 เดือนแล้ว

 

 

ทั้งนี้คุณยายเจ้าของห้องเช่ายังบอกอีกว่า รุ้งมีพฤติกรรมชอบโกหกเพราะรุ้งเคยโกหกพ่อแม่ว่าลุงห้องข้างๆซึ่งเป็น รปภ.พูดจาลวนลาม แต่ลุงปฏิเสธ จากเหตุการณ์นี้ทำให้มีปัญหาแทบจะฆ่าแกงกัน เนื่องจากจรัญที่เป็นพ่อเลี้ยงเป็นคนอารมณ์ร้อน หลังจากสอบถามเรื่องราวแล้วลุง รปภ.ปฏิเสธหนักแน่น พ่อเลี้ยงจึงเอารุ้งออกมาตีหน้าห้องพัก

ไม่รู้ว่าน้องรุ้งโกหกจริงหรือไม่? แต่ถ้าหากว่าน้องโกหกจริงแล้วละก็น้องทำไปเพื่ออะไร ทำเพราะอยากกลับบ้านไปอยู่กับยายที่ร้อยเอ็ดหรือเปล่า???

 

 

นอกจากนี้คุณยายยังบอกเล่าเหตุการณ์อีกหลายเหตุการที่รุ้งถูกพ่อและแม่ตีบ่อยๆ ซึ่งคนแถวนั้นก็ได้ยินเสียงรุ้งถูกตีกันหมด
หลังจากพบศพ ก็มีคนที่เป็นเพื่อนที่ทำงานของอ้วน (เพื่อนร่วมงานของแม่น้องรุ้ง) เค้าจำได้ว่าเคยให้เสื้อสีชมพูตัวนี้กับแม่ของน้องรุ้งมา
กางเกงสีแดงลายสก๊อต ลูกสาวเจ้าของห้องพักเคยเห็นน้องรุ้งใส่กางเกงตัวนี้มาซื้อของ
กระสอบทางตำรวจสืบว่ามาจากจังหวัดร้อยเอ็ด บวกกับพ่อแม่ของน้องรุ้งก็เป็นคนร้อยเอ็ดและเพิ่งกลับจากบ้านช่วงสงกรานต์โดยพาน้องรุ้งมาด้วยอ้างว่าเอามาเที่ยว
ผ้านวมห่อศพ เพื่อนของจรัญที่เคยสนิทสนมกับครอบครัวนี้ยืนยันว่าเคยเห็นผ้านวมอยู่ในห้องพักของจรัญค่ะ
หลังจากน้องรุ้งหายไปคนแถวนั่นก็ถามว่าน้องไปไหน ทางพ่อแม่ของน้องบอกว่าพี่สาวมารับไปอยู่ด้วย
คุณยายเล่าว่าก่อนหน้านี้น้องอยู่กับพ่อแท้ๆ แต่พ่อเสียชีวิต จึงให้ไปอยู่กับยาย ช่วงสงกรานต์แม่ก็ไปรับตัวมาโดยบอกคนแถวนั้นว่ารับมาเล่นช่วงปิดเทอม แต่ก็ไม่เห็นกลับไปส่งน้อง  จากสิ่งที่เกิดขึ้นจึงคาดการณ์ว่าศพที่พบอาจจะเป็นน้องรุ้ง

 

 

 

จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว น.ส.สุภาพร  มนทรา อาชีพแม่บ้าน และ นายวจะรัน  ทัดสวรรค์ อายุ 35 ปี อาชีพขับรถ ได้ที่ อ.พระพุทธบาท ซึ่งตอนนี้นำตัวมาสอบปากคำที่ห้องสืบสวน สภ.พระพุทธบาท

พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ว่า…

เบื้องต้นพ่อเลี้ยงให้การรับสารภาพว่าได้ฆ่าลูกเลี้ยงซึ่งการฆ่าครั้งนี้ผู้เป็นแม่แท้ๆของน้องก็มีส่วนรู้เห็นด้วย  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว 2 สามีภรรยามาถึง สภ.บางเสาธง และถ้าหากว่าทั้งคู่กลับคำให้การสารภาพ เจ้าหน้าที่ก็มียืนยันว่ามีหลักฐานมัดแน่น ทั้ง พยานบุคคล พยานแวดล้อม หลักฐานทางวิทยาศาตร์ เชือก กระสอบ คอนกรีต ผ้าห่มและเสื้อผ้า

 

 

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังรับเด็กมาอยู่ได้ 3 เดือน ก็เริ่มทุบตีเด็กเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเด็กดื้อและชอบโกหกและกักขังเด็กไว้ในห้องพร้อมบุตรสาวอายุ 3 ขวบอีกคนเวลาที่ออกไปทำงาน ส่วนการทำร้ายมักทุบตีและเตะ แต่ส่วนใหญ่เป็นน.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นแม่จะเป็นคนที่ลงมือทำโดยรับว่าตีเด็กมาแล้ว 10 ครั้ง พ่อเลี้ยงจะร่วมทุบตีด้วยในบางครั้ง กระทั่งวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา น.ส.สุภาพรได้ใช้ไม้ไผ่ตีเข้าไปที่หัวเด็กและตามร่างกายจนเด็กมีอาการป่วย หน้าบวมกินข้าวไม่ได้ และเสียชีวิตในช่วงค่ำวันที่ 9 มิถุนายน

 

 

และหลังจากผู้ต้องหากลับมาจากทำงานในตอนค่ำจึงรู้ว่าเด็กหญิงวัย 12 ปีเสียชีวิตแล้ว จึงร่วมกันนำผ้านวมมาห่อร่างก่อนขี่รถจักรยานยนต์มีพ่อเลี้ยงเป็นคนขับและแม่นั่งอุ้มมายังศาลาริมน้ำ จากนั้นนำเชือกมาผูกมัดมือมัดเท้าก่อนนำก้อนหินที่หาได้ในละแวกนั้นใส่ในถุงข้าวสารเพื่อถ่วงน้ำหนัก จากนั้นทั้งสองจึงช่วยกันอุ้มศพโยนทิ้งน้ำและกลับบ้านเตรียมเก็บของย้ายออก โดยนำบุตรสาวอีกคนไปฝากให้ญาติของสามีเลี้ยง

 

ซึ่งสาเหตุที่ น.ส.สุภาพร ต้องลงมือทำร้ายลูกนั้นเป็นเพราะเกิดความเกลียดชังลูก โดยคิดไปเองว่าตั้งแต่”น้องรุ้ง”เกิดมาทำให้ชีวิตตกต่ำ จึงลงมือทุบตีทำร้ายน้องรุ้งเป็นประจำ บางครั้งไม่ให้กินข้าวและจับขังไม่ให้ไปไหน

 

 

ที่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 6 ต.วังโพรง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของปู่ย่าของน้องรุ้งและเป็นสถานที่น้องรุ้งเติบโตมาได้เรียนหนังสือถึงชั้น ป.4 ก่อนย้ายไปอยู่กับตายายที่ จ.ร้อยเอ็ด “นายวัลลภ กุลลานันท์” ปู่ของน้องรุ้ง กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากเมื่อทราบข่าวว่าน้องรุ้งเสียชีวิตจากฝีมือแม่และพ่อเลี้ยง น้องรุ้งเป็นลูกสาวของ นายไพโรจน์ กุลลานันท์ ลูกชายของตนซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว โดยลูกชายกับแม่น้องรุ้งได้แยกทางกันตั้งแต่น้องรุ้งอายุ 3 ขวบ และตนกับภรรยาพร้อมลูกชายก็เลี้ยงน้องรุ้งเรื่อยมา กระทั่งญาติฝ่ายตากับยายได้มาติดต่อนำไปเลี้ยงที่ จ.ร้อยเอ็ด

 

 

โดยระยะแรกๆก็ยังสามารถติดต่อได้ แต่ก็ขาดการติดต่อไปนานแล้ว กระทั่งช่วงตีห้าวันนี้ ลูกสาวที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ โทรศัพท์มาบอกว่าน้องรุ้งเสียชีวิต รู้สึกเสียใจมาก ย่าของน้องรุ้งถึงกับเป็นลมหลายรอบ คาดว่าในวันที่ 15 มิถุนายน คงเดินทางไปที่สมุทรปราการ เพราะลูกสาวบอกว่าต้องไปเดินเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อนำศพน้องรุ้งออกจากโรงพยาบาลมาทำพิธีทางศาสนา

พบศพถูกจับมัดใส่ถ่วงน้ำ

 

 

 

เจ้าหน้าที่นำศพขึ้นจากคลอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ถุงใส่คอนกรีต

 

 

 

 

 

ขอบคุณรูปจากเพจ  อีจัน   , เรื่องเล่าเช้านี้

 

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ หวยเด็ด

error: